แหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาล


(1) อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช 

ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอแม่จัน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่  25 แห่งราชวงศ์ลวจักราช เป็นโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย 3 ปีกุน พุทธศักราช 1781 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 3 ปี พระองค์ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง และเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860

(2) วัดพระแก้ว     

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ แต่เดิมชื่อว่าวัดป่าเยี้ยะ  เยี้ยะ แปลว่า ไม้ไผ่บริเวณที่ตั้งวัดเป็นป่าไผ่จึงตั้งชื่อตามที่มา ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้ามหาพรหมผู้ครองเมืองเชียงราย เป็นผู้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเมืองกำแพงเพชร ในช่วงเวลานั้นสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยจะสู้ดีนักจึงได้พอกปูนทับองค์พระแก้วมรกตแล้วนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์วัดป่าเยี้ยะ อีก 45 ปีต่อมาเกิดฟ้าผ่าที่องค์เจดีย์พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองจึงได้อัญเชิญไปไว้วิหารหลวงได้ 2 เดือนต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก (จมูก) กระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียว เจ้าอาวาสได้กระเทาะปูนออกจึงปรากฎเป็นพระแก้วสีเขียวทั้งองค์พระเจ้าสามฝั่งแกน เจ้าเมืองเชียงใหม่ ทราบข่าวจึงได้อัญเชิญไปเมืองเชียงใหม่ รวมระยะเวลาที่พระแก้วมรกตประดิษฐาน

อยู่ที่เชียงรายเป็นเวลา 45 ปี วัดป่าเยี้ยะที่ประดิษฐพระแก้วมรกตจึงถูกเรียกต่อๆ กันมาว่า “วัดพระแก้ว”

(3) วัดพระสิงห์  

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ มีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามหาพรหม ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระเจ้ากือนา ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ราวปีพุทธศักราช 1928 (พระเจ้ามหาพรหมเสวยราชย์ ณ เมืองเชียงราย ระหว่าง พ.ศ. 1888-1943) มูลเหตุ  ที่ได้ชื่อว่า “วัดพระสิงห์” นั้นเชื่อว่า น่าจะมาจากการที่ครั้งหนึ่ง วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยในปัจจุบัน คือ “พระพุทธสิหิงค์” หรือที่เรียกกันในชื่อสามัญว่า “พระสิงห์”

 

(4) วัดดอยงำเมือง

เป็นวัดที่เก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย ตั้งอยู่ถนนงำเมือง (อยู่ด้านหลังวัดพระแก้ว) สร้างเมื่อ พ.ศ. 1860 วัดดอยงำเมืองเดิมมีแต่ สถูป (กู่) บรรจุพระอัฐิของพญามังรายมหาราช สร้างโดยพญาไชยสงครามโอรสพญามังรายมหาราช ในพุทธศตวรรษที่ 19 หลังจากที่พญามังรายได้สวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1860 พญาไชยสงครามพระราชโอรสได้ถวายพระเพลิงพระศพพญามังรายมหาราชแล้วพระองค์ทรงไม่โปรดเมืองเชียงใหม่ ได้กลับมาครองเมืองเชียงรายและอัญเชิญพระอัฐิของ      พญา   มังรายมาประดิษฐาน ณ ดอยแห่งนี้ ต่อมา พ.ศ. 2030 พระยาศรรัชฎาเงินทอง ได้มาบูรณะและสร้างวัดขึ้นให้ชื่อว่า “วัดดอยงำเมือง”

(5) วัดพระธาตุดอยจอมทอง 

เป็นวัดเก่าแก่ โดยตามประวัติที่มีการกล่าวถึงระบุว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพญาเรือนแก้ว      เจ้าผู้ครองเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยปัจจุบัน) พ.ศ. 1483 โดยในการสร้างวัดครั้งนั้น ได้มีการสร้างองค์พระเจดีย์ประธานของวัดขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมา    สัมพุทธเจ้าที่พระมหาเถระชาวลังกาได้นำมาถวายแด่พญาพังคราชแห่งเมืองโยนกนาคพันธุ์ ซึ่งพญาพังคราช ได้โปรดให้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ออกเป็น 3 ส่วน และนำไปประดิษฐาน ณ พระบรมธาตุเจดีย์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน ได้แก่ พระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง และพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้ 

(6) วัดพระธาตุดอยเขาควาย 

ตั้งอยู่บนดอยเขาควาย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุและเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงรายที่มีความสวยงามและใกล้ตัวเมืองมากที่สุด ตามตำนานพื้นบ้านเล่าว่า ประมาณ 1,000 กว่าปีล่วงมา ได้มีพระยาธรรมมิกะราช เจ้าผู้ครองเมืองเชียงรายสมัยนั้น เป็นผู้ก่อสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายขึ้นมา โดยได้นำพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นข้อมือนิ้วก้อยข้างซ้ายของพระพุทธเจ้าที่คณะสงฆ์เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนา ได้นำมาถวายให้พระยาธรรมมิกะราช จึงให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุใส่บรรจุไว้ในองค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชาต่อมาได้รับการปฏิสังขรณ์หลายครั้งในสมัยเชียงแสน และสมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปัจจุบันในทุกๆ ปีจะมีประเพณี   สรงน้ำพระธาตุ ในวันเพ็ญเดือนแปดเป็ง ซึ่งตรงกับวันเพ็ญวิสาขบูชา

(7) หาดเชียงราย (พัทยาน้อย) 

ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านป่างิ้ว หมู่ 4 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมาเที่ยวกันมากพอสมควรโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เป็นจุดชมวิวริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งแม่น้ำกกจะไหลผ่านเทือกเขาทำให้เกิดทิวทัศน์สวยงาม สามารถมองเห็นหินงอกที่เกิดจากถ้ำหินปูน บริเวณริมแม่น้ำกกจะมีร้านอาหารจำนวนมากให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้บริเวณหาดเชียงรายยังมีลานกีฬาและสวนสุขภาพไว้สำหรับออกกำลังกาย

(8) สะดือเมือง 108 หลัก (บริเวณวัดพระธาตุดอยจอมทอง)

ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมุติของจักรวาลอันเป็นคติที่มีมาแต่โบราณด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมรอบด้วยคูน้ำอันเปรียบได้กับน้ำในขอบจักรวาล รอบในยกขึ้นเป็นหกชั้นหมายถึงสวรรค์ทั้งหกของกามภูมิ แล้วยกขึ้นอีกสามชั้นซึ่งหมายถึง รูปภูมิ อรูปภูมิ และชั้นบนสุดเปรียบได้นิพพาน สำหรับตัวเสาสะดือเมืองเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่บนฐานสามเหลี่ยม หมายถึงตรีกูฎบรรพตหรือผาสามเส้า ล้อมด้วยเสา 108 ต้น อันหมายถึงสิ่งสำคัญในจักรวาล และล้อมรอบอีกชั้นด้วยร่องน้ำห้าร่องซึ่งเปรียบเป็นปัญจมหานทีลดหลั่นเป็นชั้นไหลลงสู่พื้นดิน ตามคติโบราณของล้านนา เสาสะดือเมืองจะใหญ่เท่า ห้ากำมือและสูงเท่ากับความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน โคนเสาสะดือเมืองนี้จึงใหญ่เท่ากับห้าพระหัตถ์กำ และสูงเท่ากับส่วนสูงแห่งพระวรกายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เสด็จมาเจิมเสาสะดือเมืองนี้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พ.ศ. 2531

(9) อุทยานศิลปะและวัฒนธรรมไร่แม่ฟ้าหลวง

อุทยานศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ อยู่ที่บ้านป่างิ้ว ตำบลรอบเวียง ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 4 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางผ่านหน้าค่ายเม็งรายมหาราช เมื่อแรกเริ่มโครงการนั้น   ใช้ชื่อว่า “ไร่แม่ฟ้าหลวง” เป็นโครงการให้การศึกษาแก่ชาวเขาในลักษณะเดินสอนต่อมาเปลี่ยนเป็นนำชาวเขาเข้ามาศึกษาในตัวเมืองเพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับไปให้ความรู้แก่ชุมชนเดิมต่อไป หลังจากนั้นได้ถวายโครงการดังกล่าวแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและจัดตั้งเป็นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขึ้น ปัจจุบันเป็นที่เก็บรักษาศิลปวัตถุอันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา นิทรรศการเรื่องไม้สัก พร้อมชมงานศิลปะพื้นบ้านใน     หอแก้วล้อมรอบด้วยบึงน้ำอันสงบเงียบ มีสวนไม้หอมและพฤกษานานาพันธุ์ เปิดทุกวันเวลา 08.00 - 18.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์) และเปลี่ยนชื่อเป็น “อุทยานศิลปะและวัฒนธรรม”

 

(10) ไนท์บาซาร์  

ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย (เก่า) เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขา และชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากหลายแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าปักฝีมือชาวเขาที่นำมาจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงนัก มีการจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ สินค้าหัตถกรรม (หรือสินค้าทำมือ) ต่างๆ เช่น ไม้แกะสลัก ภาพวาด ตุ๊กตาประดิษฐ์ ฯลฯ และยังมีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวพร้อมชมการแสดงซึ่งจัดอยู่ 2 เวที คือบริเวณลานกลางเวียง เป็นเวทีสำหรับการแสดงของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มีการแสดง รำไทย และสะล้อ ซอ ซึง ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีพื้นบ้าน เป็นการอนุรักษ์ศิลปะแบบล้านนา ส่วนเวทีอีกแห่งเป็นลานกว้างมีอาหารหลากหลายเมนูพร้อมชมการแสดง มีการแสดงคาบาเร่โชว์ โฟล์คซอง และการแสดงของชาวเขา

(11) วัดมิ่งเมือง

ตั้งอยู่ถนนไตรรัตน์ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ด้านข้างติดถนนบรรพปราการ ประวัติ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2513 เป็นวัด ไทยใหญ่ สมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อยู่เรียกว่า วัดเงี้ยวหรือวัดช้างมูบ (ช้างหมอบ) การก่อสร้างตามชาวบ้านศรัทธาเล่าว่า ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง ชื่อ ตะแม่ศรี     มีศักดิ์เป็นมเหสีของพ่อขุนฯ เป็นชาวพม่า ตามแผ่นเงินจารึกที่ได้ค้นพบเป็นภาษาพม่า และคาดว่าวัดนี้ก็มีอายุเท่ากับเมืองเชียงรายและมีหลักฐานที่สำคัญหลายชิ้นที่บอกว่า เป็นวัดที่ชาวพม่าได้สร้างไว้ก่อน วัดมิ่งเมืองอยู่ติดกับประตูไก่ดำ เพี้ยนมาเป็นสี่แยกสะพานดำหรือคนเมืองเชียงราย เรียกสี่แยกขัวดำ ส่วนหลักฐานอื่นถือว่าเป็น วัตถุโบราณของวัดมีบ่อน้ำโบราณ เรียกว่าบ่อน้ำช้างมูบ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ มีซุ้มครอบไว้บนหลัง ช้างหมอบ ชาวบ้านผ่านไปมาก็เรียกว่าช้างมูบ และเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดจ้างมูบ”

(12) สวนตุงและโคมนครเชียงราย 
ตั้งอยู่ถนนธนาลัย (เยื้องพิพิธภัณฑ์ชาวเขา) ตำบลเวียง อำเภอเมือง บนพื้นที่จำนวน 11 ไร่เศษ อดีตเคยเป็นที่ตั้งของเรือนจำกลาง จ.เชียงราย มากว่า 100 ปี มีกลิ่นอายและตำนานการคุมขังนักโทษชายและหญิงในคดีต่างๆ กว่า 4,000 ชีวิต ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออก บ้างก็ล้มหายตายจากไปก็ไม่น้อย “สวนตุงและโคมนครเชียงราย” เป็นการปรับแต่งสถานที่ซึ่งมีอาคารที่คุมขังนักโทษตั้งอยู่ โดยปัจจุบันถูกบูรณะมาเป็นอาคารศูนย์การเรียนรู้ตุง – โคมและชาติพันธ์ จัดแสดงเกี่ยวกับชนเผ่าในจังหวัดเชียงราย รวมทั้งตุงและโคมโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยตื่นตาตื่นใจ พร้อมเปิดให้เข้าไปชมได้อย่างกว้างขวาง

(13) หอนาฬิกาเชียงราย

ตั้งอยู่ที่ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะดูกลางวันก็สวยงาม และยิ่งดูกลางคืนก็ยิ่งตระการตา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของเชียงราย ที่นักท่องเที่ยวคนใดเมื่อเดินทางมาเชียงรายไม่ได้มาชมแล้วถือว่าเสียดายอย่างมาก เป็นงานศิลปะออกแบบ โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ศิลปินที่มีชื่อเสียของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ  พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และทุกคืนจะมีการแสดงแสง สี เสียง ในช่วงเวลา 19.00 น. , 20.00 น. และ 21.00 น.

(14) อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

ตั้งอยู่บริเวณสะพานขัวพญามังราย ถนนกลางเวียง ภายในพื้นที่มีหอรถบุษบกในสำหรับจัดแสดงรถบุษบก จำนวน 9 คัน ที่สร้างและออกแบบโดยศิลปินทางภาคเหนือตามแบบศิลปะประจำถิ่น อาทิ รถบุษบกศิลปะไทยใหญ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการผสมผสานของนาค ช้าง ม้า กวาง และหงส์ เป็นต้น โดยรถบุษบกจะให้ในงานประเพณีแห่งบรวงสรวงเวียงเจียงฮาย ที่จัดประจำทุกปีในเดือนธันวาคม และอาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี ยังเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว วันสำคัญของชาติ และเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์)

(15) พิพิธภัณฑ์อูบคำ

ตั้งอยู่เลขที่ 81/1 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นสถานที่รวบรวมเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ อายุประมาณ 500-1,000 ปี ผ้าโบราณอายุ 120 ปี ซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญคือบัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม ฉลองพระองค์ทองคำแท้ และเครื่องประดับเงิน อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมีอาจารย์จุลศักดิ์  สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม เปิดทุกวัน เวลา 09.00 -17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมาและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต

(16) ดอยสะเก็น

ตั้งอยู่ ณ ชุมชนดอยสะเก็น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นที่ตั้งของ “องค์พระธาตุดอยสะเก็น” ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นสมัยใด แต่จากการประเมินจากรูปแบบองค์ธาตุและอิฐที่ใช้ก่อสร้าง สันนิษฐานได้ว่า อาจสร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรโยนกเชียงแสน ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนามีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ดอยสะเก็นถือเป็นพื้นที่ป่าตาม พรบ.ป่าไม้ ปี พ.ศ. 2484 ยังดำรงสภาพป่าที่สมบูรณ์มีเนื้อที่รวมถึงประมาณ 75 ไร่ จากการสำรวจพบว่าป่าของดอยสะเก็นแห่งนี้ จัดอยู่ในประเภทป่าเบญจพรรณ หรือป่าผสมผลัดใบ (Mixed Deciduous Forest) เป็นป่าผลัดใบที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ต่างทิ้งใบหมดในช่วงฤดูแล้งและเริ่มผลิใบใหม่ในต้นฤดูฝน จุดเด่นของผืนป่าในเมืองแห่งนี้คือ “ต้นผึ้ง” หรือต้นเลียงผึ้ง (สรุปผลการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพป่าดอยสะเก็น, สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย.) ซึ่งในแต่ละปีมีผึ้งมาทำรังบนต้นผึ้งไม่น้อยกว่า 100 รัง

(17) วัดดอยพระบาท

วัดดอยพระบาทตั้งอยู่เลขที่ 299 หมู่ที่ 23 ถนนสนามบิน ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย บริเวณวัดมีเนื้อที่ 43 ไร่ 3 งาน 11 ตารางวา ทิศเหนือติดกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ทิศใต้ติดกับชุมชนดอยพระบาท ทิศตะวันออกติดกับสนามบินทหารอากาศฝูงบิน 416 เชียงราย ทิศตะวันตก ติดกับชุมชนรอยพระพุทธบาท วัดดอยพระบาทสร้างมาเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน เป็นวัดโบราณที่มีอายุราวร้อยกว่าปี ซึ่งได้รับการบอกเล่าจากคนรุ่นหลังสืบต่อกันมา โดยมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ใกล้พระเจดีย์ ปัจจุบันทางวัดจัดและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เป็นที่ร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และได้ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยและต่างประเทศให้มีส่วนร่วมในงานด้านพระพุทธศาสนาโดยมีการจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง

(18) บ้านจอมพล ป.พิบูลสงคราม 

ตั้งอยู่ถนนอาจอำนวย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2485 เคยเป็นบ้านพักรับรองของจอมพล ป.พิบูลสงคราม และเป็นศูนย์บัญชาการภาคพายัพ ภายในบ้านแบ่งจัดแสดงเป็นห้องทำงานเดิมของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ห้องแสดงอาวุธสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ห้องประวัติของจอมพล ป.พิบูลสงคราม ตัวบ้านเป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรมยุโรปทรงสวิส ในบริเวณบ้านประกอบด้วยร้านกาแฟจอมพล เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

(19) ศาลารอยพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ตั้งอยู่บนดอยโหยด ค่ายเม็งรายมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงประทับรอยพระบาท ลงบนปูนปลาสเตอร์ ณ ดอยยาว - ดอยผาหม่น อ.ขุนตาล จ.เชียงราย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์เมื่อปี พ.ศ. 2525 ต่อมาได้นำมาประดิษฐาน  ณ ศาลารอยพระบาทแห่งนี้ ในศาลารอยพระบาทมีรูประวัติศาสตร์ อุปกรณ์ ข้าวของ เครื่องใช้ในสมัยนั้นให้ชม และสามารถชมวิวเมืองเชียงรายเมืองเชียงรายได้จากศาลารอยพระบาท โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา08.00 - 16.30 น.

(20) ห้องสมุด "เสมสิกขาลัยเชียงราย”

เป็นแหล่งเรียนรู้สร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนให้บริการเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ห้องสมุดเสมสิกขาลัยเชียงราย ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ตรงข้ามกับโรงเรียนเทศบาล 3 ศรีทรายมูล โดยเมื่อครั้งที่ ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ซื้อที่ดินผืนนี้เมื่อประมาณปีพ.ศ.2486 เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยพร้อมกับครอบครัว ประมาณ 2 ปีเศษ ในระหว่างนั้นท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมในปีพ.ศ.2554 สิริรวมอายุครบ 100 ปี 1เดือน กับ 8 วัน มูลนิธิหมอเสมฯ มีดำริที่จะก่อสร้างอนุสรณ์สถานในจังหวัดเชียงรายให้แก่ท่าน ทั้งนี้เนื่องจากท่านได้รับราชการในจังหวัดเชียงรายเป็นเวลานานถึง 15 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนในังหวัดเชียงราย ได้ใช้ห้องสมุดแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการแสวงหาอุดมการณ์ ตลอดจนศึกษาแนวทางในการเลือกอาชีพของตนเองต่อไปในอนาคต  ชั้นล่างของอาคาร ห้องสมุดเสมสิกขาลัยเชียงราย  จะเก็บหนังสือประวัติบุคคลสำคัญของจังหวัดเชียงราย  ประวัติบุคคลสำคัญของ ตลอดจนศึกษาแนวทางในการเลือกอาชีพของตนเองต่อไปในอนาคต  ขณะนี้มีจำนวนหนังสือรวมทั้งสิ้นประมาณ  1,000 เล่ม  ส่วนชั้นบนของอาคารจะจัดทำเป็นห้องสมุดสารสนเทศ สำหรับด้านหลังของห้องสมุด จะใช้เป็นสถานที่ทดลองทำการเกษตรในพื้นที่จำกัด  อาทิเช่น การปลูกพืชในบ่อซีเมนต์  การปลูกพืชในถุงเพาะชำ การเพาะเห็นในโรงเพาะชำ และการทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้เป็นต้น  เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในการทำเกษตรในพื้นที่จำกัด  ตลอดจนส่งเสริมให้เยาวชนสามารถปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อบริโภคและลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตเทศบาลและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ วัดพระนอน   น้ำตกโป่งพระบาท วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์  น้ำตกห้วยแม่ซ้าย  ถ้ำตุ๊ปู่  ถ้ำพระ บ่อน้ำร้อนผาเกี้ยว สวนสมเด็จ  พระศรีนครินทร์  หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร  ท่าเรือริมกก  ศูนย์หัตถกรรมเชียงราย  กำแพงเมืองเก่า  พระตำหนักดอยตุง พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษาชาวเขา  บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ฯลฯ

 

Top
แนะนำเทศบาล

 

แกลเลอรี่ภาพกิจกรรม